|
พรก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน... |
|
เรื่อง พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527
หากถามถึงกฎหมายการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หลายคนคงจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นกฎหมาย ที่เอาผิดกับการกู้เงินที่เราเห็นกันทั่วไป หรืออาจจะสงสัยว่ามีกฎหมายดังกล่าวด้วยหรือ กฎหมายกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือ เรียกอย่างเป็นทางการว่า พระราชกำหนดการกู้ยืมเงิน ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 เป็นกฎหมายที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างออกไปจากกฎหมายทั่วไป โดยมีหลักการและวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ คุ้มครองประโยชน์ของประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลวง โดยการเอาผิดกับบุคคลและกลุ่มบุคคลที่มีเจตนาหลอกลวง ซึ่งใช้วิธีการระดมเงินทุนจากประชาชน อ้างว่าจะจ่ายผลตอบแทนให้ในอัตราที่สูง โดยที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจใดๆ ที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ได้ใช้วิธีการจัดคิวเงินโดยนำเงินจากผู้ลงทุนรายใหม่ไปจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้กับผู้ลงทุนรายเก่าหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ เมื่อไม่มีผู้ลงทุนรายใหม่ ในที่สุดต้องเลิกล้มไป ทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและเป็นภัยต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยได้บัญญัติ ความหมายของคำว่า “การกู้ยืมเงิน“, “ผลประโยชน์ตอบแทน” และการฉ้อโกงประชาชน ไว้ดังนี้ การกู้ยืมเงิน คือ ผู้กู้ยืมเงินรับเงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใด การรับในที่นี้หมายถึงได้รับ หรือส่งมอบให้แล้ว ส่วนลักษณะของการกู้ยืมเงินนั้น จะทำในลักษณะใดก็ได้ เช่น การรับฝาก การกู้ การยืม การจำหน่ายบัตร การรับเข้าเป็นสมาชิก การรับเข้าลงทุน ฯ พูดง่ายๆ ก็คือ มิจฉาชีพเหล่านี้จะใช้วิธีหลอกลวงให้มาสมัครสมาชิก หรือ ให้นำเงินมาลงทุน โดยให้หรือสัญญาว่าจะเงินปันผล ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ ก็ตาม ที่สูงเกินจริง โดยได้มีการโฆษณา หรือประกาศต่อประชาชน หรือกระทำด้วยวิธีใดก็ตามให้ปรากฏแก่บุคคลทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการชักชวน การโฆษณาทางวิทยุ โทรทัศน์ หรือพิมพ์ใบปลิวแจก เพื่อมีเจตนาเพื่อให้ปรากฏแก่ประชาชนทั่วไป ตัวอย่างการกู้ยืมเงิน ตามความในพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 การขายหุ้นหรือทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านและที่ดินให้บุคคลทั่วไป โดยตกลงซื้อคืนเป็นงวดรายเดือนและให้กำไร เป็นการซื้อหรือทำสัญญาที่มุ่งจะขายคืนเพื่อต้องการกำไรโดยไม่ต้องร่วมในการขาดทุน ดังนั้นการขายหุ้นและทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านและที่ดินก็คือการรับเงินโดยผู้กู้ยืมจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน หรือตกลงว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ให้กู้ยืม หรือ กำหนดให้มาสมัครเป็นสมาชิกแล้วซื้อขายลงหุ้นกับผู้ให้กู้ยืม จากนั้นก็จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนตามที่ผู้ให้กู้ยืมกำหนดไว้อาจเป็น รายวัน รายสัปดาห์หรือ รายเดือน ตัวอย่างที่เป็นคดีที่หลายๆ คนรู้จักก็เช่น แชร์น้ำมัน หรือที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ก็จะเป็นประเภทอ้างสินค้าอุปโภค บริโภคต่างๆ เช่น แชร์ข้าวสาร บางครั้งก็อ้างสิ่งที่เราๆ ท่านๆ อาจนึกไม่ถึงว่าจะอุปโลคมาอ้างได้ เช่น แชร์กะปิ แชร์แคบหมู เป็นต้น ผลประโยชน์ตอบแทน หมายถึง เงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดที่ผู้กู้ยืมเงินหรือบุคคลอื่นจ่ายหรือจะจ่าย ให้แก่ผู้ให้กู้ยืมเงินเพื่อการที่จะได้กู้เงินนั้นมา โดยส่วนมากมักจะใช้เงินก้อนโต หรือรถยนต์ มาเป็นแรงจูงใจให้เร่งการทำยอด สะสมแต้ม หรือเร่งซื้อรหัส เมื่อหาคนมาสมัครต่อจากตนไม่ทัน ก็ต้องใช้วิธีการซื้อเอง ไม่ต้องพูดถึงสินค้า เพราะเป็นแค่สิ่งที่เอามาบังหน้าเท่านั้น การฉ้อโกงประชาชน หมายถึง ผู้ใดโฆษณาชักชวนประชาชนตั้งแต่สิบคนขึ้นไปให้นำเงินมาลงทุนโดยอ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนหรือทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยตกลงว่าจะจ่าย ผลประโยชน์ตอบแทน ในอัตราสูงกว่าปกติ โดยที่มิได้ประกอบธุรกิจใดๆ ที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนพอเพียงที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้ พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน นอกจากนี้เพื่อเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชน พระราชกำหนดฉบับนี้ยัง ได้กำหนดให้รัฐเท่านั้นมีอำนาจฟ้องคดีได้และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจในการยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาไว้ก่อนได้ ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าผู้ต้องหามีหนี้สินล้นพ้นตัวตามกฎหมายล้มละลาย ก่อนส่งเรื่องให้พนักงานอัยการฟ้องผู้ต้องหาเป็นคดีล้มละลายต่อไป ในส่วนของบทลงโทษตามพระราชกำหนดฯ นี้ ก็มีอัตราโทษหนักกว่าประมวลกฎหมายอาญา คือ ผู้กระทำความผิดเรื่อง เรื่องการฉ้อโกงประชาชน ได้ระวางโทษผู้กระทำความผิดไว้เพียง จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่อัตราโทษของผู้กระทำความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 นี้ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปี และปรับตั้งแต่ 500,000 บาท ถึง 1,000,000 บาท และยังมีการปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนอยู่
โดย นายทิวนารถ ดำรงยุทธ กลุ่มป้องปราการเงินนอกระบบ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง
|